รู้จักร้านของเก่า

     มีผู้อ่านจากทางบ้านโทรมาขอข้อมูลเรื่องรีไซเคิลในบ้านว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ทำอะไรได้บ้าง  มีวิธีเพิ่มมูลค่าได้  อย่างไรให้คุ้มค่ามากที่สุด  สิ่งแรกที่ผมรู้สึกคือ”ผมคิดถูกครับ” จำได้ว่าในวันที่กองบรรณาธิการของที่นี่ติดต่อมาให้ผมมารับใช้ท่านผู้อ่านเรื่องเกี่ยวกับรีไซเคิล  ผมยังไม่ค่อยแน่ใจว่าจะได้รับความสนใจจากท่านผู้อ่านบ้างหรือเปล่า และอีกประการคือตนเองเป็นคนจบมาน้อย ไม่มีความรู้เรื่องการเขียนว่าต้องทำอย่างไรจึงจะสื่อสารให้คนอ่านเข้าใจ รวมถึงความรู้ที่มีอยู่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นประโยชน์ได้มากน้อยแค่ไหน แต่เมื่อได้รับคำถามของท่านผู้อ่านทั้งจากการโทร  ทางอีเมล ก็รู้สึกว่าคนสนใจเยอะเหมือนกันแฮะ
        

     มาเรื่องของเราว่าจะขายของรีไซเคิลอย่างไรต่อนะครับ  ก่อนที่เราจะขายขยะรีไซเคิลนั้นเรามาลองรู้จัก คนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรีไซเคิลว่าเป็นใครกันบ้างและแต่ละคนแต่ละฝ่ายมีหน้าที่อย่างไรกัน การเดินทางของขยะรีไซเคิลนั้นมีผังให้ดูง่ายๆดังนี้ครับ

คนใช้ คนรับซื้อของเก่าร้านรับซื้อของเก่าโรงงานรีไซเคิล(ตัวกลาง) —โรงงานผู้ผลิตคนใช้

เห็นภาพคร่าวๆแล้วเรามาดูในรายละเอียดกันแต่ละรายกันเลยนะครับ
         

     เริ่มจากคนรับซื้อของเก่าก่อนเลยนะครับ  กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วจนถึงทุกวันนี้มีคนทำอาชีพรับซื้อของเก่าตามบ้านใช้หาบบ้าง  รถเข็นบ้างแต่ทุกวันนี้จะมีอยู่ 2 ประเภทคือรถสามล้อ(ซาเล้ง)และรถปิกอัพครับ ทั้งสอง ประเภทแตกต่างกันตรงที่ขนาดครับ  รถปิกอัพซื้อได้มากกว่าเพราะพื้นที่วางของมากกว่าส่งผลให้ราคารับซื้ออาจ ดีกว่าแต่มีข้อเสียคือมีจำนวนรถไม่มากไม่สม่ำเสมอต้องรอนานกว่าจะผ่านมาแต่ละครั้ง  ไม่เหมือนซาเล้งที่บาง แห่งวิ่งผ่านกันชั่วโมงละหลายคันทีเดียว  มีตัวเลขที่เคยอ่านมาสำรวจพบว่าในกรุงเทพๆมีรถซาเล้งรับซื้อของเก่าอยู่ถึง  25,000 คันทีเดียว แต่ถึงอย่างไรก็ตามหากท่านเลือกได้ขอแนะนำให้ขายให้แก่รถปิกอัพก่อนนะครับ  เพราะ ส่วนมากราคาจะดีกว่าและรับซื้อได้หลายประเภทมากกว่า(ซาเล้งไม่ชอบซื้อขวดกับพลาสติกครับเพราะราคาถูก และเปลืองที่วางแต่เวลามีคนทิ้งเขาเก็บครับ)  หากเลือกไม่ได้ก็ขายให้กับซาเล้งนั่นแหละครับสะดวกดี มีเยอะ แต่ก็ ทำใจไว้หน่อยเพราะตาชั่งไม่ตรงเป็นส่วนมาก(จะบอกวิธีดูกลโกงตาชั่งให้ภายหลังครับ)  หลังจากที่พวกเขาได้ ของเต็มรถแล้วพวกเขาจะนำไปส่งที่ร้านรับซื้อของเก่าทันที  เรื่องที่ต้องเตือนกันอีกเรื่องหนึ่งนะครับท่านควรนำ ของที่จะขายมากองรอไว้นอกบ้านหรือหน้าบ้าน  อย่าให้ไม่ว่าจะเป็นซาเล้งหรือใครก็ตามที่ไม่รู้จักเข้าไปช่วยขน ย้ายถึงในบ้านมันไม่ค่อยปลอดภัยครับ  เคยเกิดเรื่องที่ไม่ดีมามากแล้วโดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่บ้านคนเดียวเรื่องนี้ต้องระวังครับ   

     ต่อไปคือร้านรับซื้อของเก่านะครับ  ตั้งอยู่ทั่วไปตามตรอกซอกซอยใหญ่บ้างเล็กบ้าง ส่วนใหญ่จะดูไม่ ค่อยสะอาด  กองของรกๆไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร  (สำหรับคนทั่วไปนะครับส่วนคนรีไซเคิลคือเงินทั้งนั้น)  ข้อเท็จจริงคือของที่กองอยู่นั้นเขาได้แยกประเภทไว้เรียบร้อยแล้วครับแต่ที่ต้องกองไว้ก่อนนั้นเพราะต้องรอให้ได้ เต็มเที่ยวรถที่จะรวมไปส่งในแต่ละประเภท  คือก่อนที่จะส่งต่อนั้นต้องคัดและรวบรวมก่อน ร้านของเก่าจะ แตกต่างจากคนรับซื้อของเก่าตรงที่คนซื้อจะรับซื้อทุกอย่างและส่งได้พร้อมกันทุกอย่าง  แต่ร้านรับซื้อของเก่านั้น รับซื้อทุกอย่างแต่ส่งได้ทีละอย่างครับ  ต้องสะสมรวบรวมให้ได้จำนวนจนเต็มคันรถ กระดาษก็กระดาษทั้งคัน เศษเหล็กก็เศษเหล็กทั้งคัน  หากมีจำนวนน้อยเกินไปมันก็ไม่คุ้มค่าขนส่ง แต่ที่เห็นมาทีไรก็เห็นกองรกๆอยู่ตลอดนั้นก็ เพราะมีของมาขายทุกวันครับและร้านของเก่าทุกร้านมีรถส่งของไม่กี่คันหรอกครับ  ต้องรอคิวส่งของกัน เลยดูรกๆอยู่ตลอดเวลา  เขาก็อยากจะขนไปขายให้หมดแหละครับจะได้มีเงินมาหมุนซื้อของ  แต่ก็ติดด้วยเหตุที่เรียนให้ ทราบ หากท่านสะดวกสามารถนำของมาขายที่ร้านรับซื้อของเก่าได้เองท่านอาจจะได้ราคาที่สูงขึ้นและขายของได้หลากหลายขึ้น  แต่ก็ไม่เสมอไปนะครับเพราะบางร้านให้ความสำคัญกับคนรับซื้อของเก่ามากเพราะถือว่าเป็น ลูกค้ารายใหญ่ทำให้อาจใช้ราคาสองระบบคือขาประจำกับขาจร สำหรับราคาขาจรนั้นจะถูกกว่ามากและบางครั้งตาชั่งก็ไม่ตรงท่านตามเขาไม่ทันหรอกครับ  แต่ที่ดีๆก็มีมากนะครับ ก็ต้องศึกษาทำความรู้จักกันไปเดี๋ยวเขาก็เลื่อน
 ระดับให้เป็นลูกค้าขาประจำเอง


     จริงๆแล้วร้านรับซื้อของเก่าส่วนมากจะทำมาค้าขายสุจริตนะครับ  แต่ก็มีเพียงบางร้านเท่านั้นที่ไม่ค่อย ซื่อตรงจนทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมเพราะรับซื้อไม่เลือกหรือแม้กระทั่งรู้ว่าเป็นของที่ขโมยมายังรับซื้อสมัยก่อนก็ยังพอมีบางประปรายแต่ปัจจุบันนี้เป็นเรื่องใหญ่ของสังคมแล้วครับ  เพราะมีการลักตัดสายไฟตามเสาไฟฟ้า  ป้ายบอกทาง ฝาระบายน้ำ มิเตอร์น้ำ แม้กระทั่งระฆังวัด  เรื่องนี้เป็นความเห็นแก่ตัวของทั้งคนลักและคนรับซื้อครับ  ของพวกนี้ทั้งหมดไปจบที่ร้านรับซื้อของเก่า(บางแห่ง)ทั้งนั้นละครับ  เขาทำเป็นขบวนการ รายได้ดีกว่า
 ขายยาเสพติดอีกเพราะไม่มีต้นทุนและราคารับซื้อขยะรีไซเคิลปัจจุบันสูงกว่าสมัยที่ผมเริ่มทำใหม่ๆมากเช่น ทองแดงราคาเมื่อ  10 ปีก่อนราคา 30 บาทปัจจุบันราคา 200 บาทขึ้นไป นี่ตัวอย่างเฉพาะทองแดงนะครับ ในทางธุรกิจนั้นขยะรีไซเคิลเมื่อแยกแล้วมีอยู่ประมาณ  200 กว่าชนิด คิดดูก็แล้วกันว่ามีอะไรให้ขโมยอีกขนาดไหน หาก
 จะให้เรื่องนี้มันจบนะครับต้องควบคุมร้านของเก่าให้อยู่หมัดเสียก่อน  ไม่มีคนซื้อก็ไม่มีคนขายง่ายนิดเดียว


          สินค้าที่ผ่านการคัดประเภทจากร้านรับซื้อของเก่ามาแล้วนั้นจะถูกส่งต่อมาให้กับโรงงานตัวกลางอีกทีครับ โรงงานประเภทนี้เขาจะแบ่งชัดเจนเลยว่าเขาจะซื้อเฉพาะอะไรเช่น  โรงกระดาษต้องซื้อแต่เศษกระดาษ โรง เหล็กต้องซื้อแต่เศษเหล็ก  โรงโลหะมีค่าก็จะซื้อแต่พวกทองแดง ทองเหลือง อลูมิเนียม ตะกั่วเป็นต้น ร้านรับซื้อ ของเก่าจะนำมาส่งเป็นคันรถ  เมื่อมาถึงโรงงานตัวกลางจะไม่ต้องคัดแล้วแต่จะนำมาอัดเป็นแท่งให้มีน้ำหนักมาก ขึ้นเพื่อสะดวกต่อการขนส่งในคราวละมากๆบางแห่งก็เพื่อจัดส่งภายในประเทศบางแห่งก็เพื่อส่งต่างประเทศ
 แล้วแต่จะทำสัญญาไว้กับโรงงานผลิตประเภทใด  เมื่อโรงงานผลิตได้รับสินค้าแล้วก็จะนำไปใช้กระบวนการผลิต ของเขาอีกที  บางแห่งก็นำไปใช้ได้เลยโดยตรงเช่นโรงงานรีดเหล็ก โรงงานเป่าขวด  โรงงานผลิตกระดาษเป็นต้น  บางแห่งก็ต้องนำไปผสมวัตถุดิบอื่นๆก่อนจะผลิตเป็นชิ้นงานอีกครั้งเช่นโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก  โรงงาน        ผลิตภัณฑ์โลหะเป็นต้น  แล้วก็นำมาขายให้กับผู้บริโภคในที่สุด วงจรก็หมุนเวียนอยู่เช่นนี้แล

 

     ราคาซื้อขายของขยะรีไซเคิลนั้นมีขึ้นลงครับ  มีราคากลาง คนที่กำหนดมาจากโรงงงานตัวกลางครับ เขาจะทราบว่าโรงงานผลิตนั้นมีความต้องการใช้มากน้อยเพียงใด  ในช่วงเวลาไหนหรือได้รับออเดอร์พิเศษก็ทำให้มีความต้องการมากขึ้น  ราคาก็เล่นตัวตามมากขึ้นเหมือนสินค้าทั่วไปทุกประการ  หากท่านไปขายของที่ร้านรับซื้อ ของเก่าแล้วพบว่าราคาในวันนี้ถูกหรือแพงกว่าราคาเมื่อวานก็อย่าแปลกใจครับ  เป็นไปตามกลไกตลาด ทางที่ดีให้สอบถามราคาก่อนแล้วค่อยขายก็ได้มีให้เลือกตั้งหลายร้าน  ร้านที่ให้ราคาแพงๆก็ระวังหน่อยส่วนใหญ่จะมีปัญหา
 ตาชั่ง  คิดง่ายๆก็แล้วกันว่า ร้านของเก่าเกือบทุกแห่งส่งของไปที่โรงงานตัวกลางเหมือนกัน  ได้ราคาเท่ากัน หากมี ร้านอยู่หนึ่งร้านเกิดซื้อได้แพงกว่าร้านอื่นจนผิดปกติเขาจะเอากำไรจากที่ไหนละครับ  ก็เอากำไรที่ตาชั่งนั่นแหละครับ ขอบอก! ร้านที่มาตรฐานหน่อยก็อาจขึ้นราคาหน้าร้านไว้ให้ดู  หรือมีใบแจ้งราคาไว้แจกเลยก็มี  บางแห่งมี
 บริการรับถึงบ้านแต่ต้องมีของมากสักหน่อยเขาถึงจะไป  ก็เป็นทางเลือกที่ดีนะครับ

          เวลาหมดเสียแล้วเนื้อหายังเหลืออีกเพียบเลยครับ  ยังเหลือเรื่องทำอย่างไรไม่ให้เขาโกงน้ำหนัก และเรื่องของราคารับซื้อเบื้องต้นรวมถึงการคัดแยกประเภทของเก่าอย่างละเอียด  ขอติดเอาไว้ในฉบับต่อไป หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลความรู้เรื่องรีไซเคิลกับผมโดยตรงท่านสามารถติดต่อได้ที่ recycle@stock4bid.com นะครับเพราะหากโทรมามักไม่ค่อยได้อยู่คุยเท่าไร  ประมาณว่าลูกแปด เมียสาม กิ๊กสิบสอง สับรางไม่ทัน อันนี้ก็ โทษกันไม่ได้เพราะเกิดมาไม่หล่อแต่อร่อย........

ขอตัวไปอ้วกแล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าครับ

24/03/2010 | posted by: admin


88 หมู่ 6 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง
จ.สมุทรปราการ 10540
Tel: 02-3381304
日本語ダイレクト:086-076-8470